Move Blog to oweera.blogspot.com

December 1, 2013

http://oweera.blogspot.com/

 

YES!: Young Executive Successor Program

April 10, 2011

จากการทำงานที่ปรึกษาในหลายองค์กร ปรากฏการณ์หนึ่งที่พบขณะนี้ คือ

ภาวะขาดผู้บริหารรุ่นใหม่ที่จะมารับช่วงต่อการบริหารงาน อันเนื่องจากต้นตอการหยุดจ้างในช่วงวิกฤติต้มยำกุ้งเมื่อประมาณ 13 ปีก่อน (ช่วง พ.ศ. 2540) จึงทำให้เกิดรอยโหว่ของรุ่น คือ การมีคนรุ่นเก่าที่ใกล้เกษียณกับคนรุ่นหลังที่ยังไม่พร้อมรับช่วงบริหารองค์กรระดับสูง ส่วนพวก 30 ปลายกับวัย 40 กว่ากลับขาดแคลน

ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเมื่อไม่สามารถหางานได้ในช่วงเศรษฐกิจตกต่ำ คนกลุ่มนี้ก็ผันตัวเองไปแสวงหาช่องทางทำกินด้านอื่นๆ รวมทั้งการเป็นเจ้าของธุรกิจ ซึ่งนับเป็นลักษณะหลักของเป้าหมายคน Gen-X อยู่แล้ว

อีกส่วนอาจเป็นเพราะคนวัยนี้ถึงช่วงพร้อมตัดสินใจเลือกทางของตัวเองแล้ว ถ้าไม่มีความสุขกับอาชีพในบริษัทที่ทำมาก็พร้อมเปลี่ยนไปสายงานอื่น หรือจะเป็นการตามหาความฝันของตัวเอง บ้างไปเป็นศิลปิน บ้างไปแสวงหาความหมายชีวิต ใช้เงินที่เก็บออมมาไปท่องเที่ยว หรือที่ทำมาแบบหักโหมก็อาจเริ่มเกษียณก่อนวัย (Early Retirement)

อย่างไรก็ดี เมื่อบริษัทขาดผู้บริหารวัยกลางคน จึงต้องหาทางปรับตัวไม่ว่าจะเป็นการซื้อตัวข้ามองค์กรกันให้จ้าละหวั่น หรือการสร้างผู้บริหารขึ้นจากคนรุ่นเยาว์หน่อย ดิฉันเรียกโครงการอันหลังนี้ว่า YES!: Young Executive Successor โดยมีหลักการสำคัญในกระบวนการพัฒนาทรัพยากรบุคคลดังนี้

1. Goal (การตั้งเป้าหมาย) ได้แก่ การกระตุ้นให้ผู้บริหารรุ่นเยาว์กำหนดทิศทางที่จะมุ่งไป โดยถ้าจะให้ดีควรนำมาผสานกันกับวิสัยทัศน์ขององค์กรด้วย เพื่ออำนวยประโยชน์ซึ่งกันและกัน เช่น องค์กรที่มุ่งเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมควรกระตุ้นให้ผู้บริหารรุ่นเยาว์รับเอาแนวคิดนี้ไว้เป็นเป้าของตัวเองด้วย คือสร้างความมุ่งหวังที่จะขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงมากกว่าการเกาะกระแสตามกลุ่มไป แน่นอนว่าระหว่างทางย่อมมีอุปสรรคมาบั่นทอนกำลังใจ จึงควรมีการสนับสนุนเครื่องมือสร้างแรงบันดาลใจและการตอกย้ำให้ยึดมั่นในเป้าหมาย (Commitment) กระบวนการทำงานในส่วนนี้นับว่ายากเย็นที่สุดโดยเฉพาะกับกลุ่มคนรุ่นเยาว์เพราะยังเป็นช่วงวัยแห่งการแสวงหาและพร้อมหวั่นไหวเปลี่ยนแปลง การมีพี่เลี้ยงที่ใกล้ชิด (Mentor, Coach) จึงนับเป็นส่วนที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง

2. Plan (การวางแผน) เมื่อเป้าหมายนิ่งแล้วก็ต้องนำลงเป็นแผนการที่มีความชัดเจนเพื่อเป็นลายแทงให้เดินต่อไป โดยผู้บริหารรุ่นเยาว์ควรมีการวางแผนอาชีพตัวเอง ที่จะให้ดีควรสอดคล้องกันไปกับแผนการพัฒนาองค์กรด้วย ในส่วนนี้หลายบริษัทสร้างโครงการประเภท Fast Track Program หรือ Management Trainee ไว้รองรับกลุ่มที่เขาเห็นว่ามีศักยภาพสูง ต้องการให้เติบโตได้แบบรวดเร็วโดยไม่ต้องรอเวลาผลัดเปลี่ยนคนตามช่วงวัย ซึ่งผู้ที่อยู่ในโครงการเหล่านี้จะสามารถเห็นแผนที่เส้นทางการงานของตัวเองได้ในระดับหนึ่ง แต่ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับความสามารถพิสูจน์ตัวเองในระหว่างทางด้วย แผนนี้จึงต้องมีการประเมินและปรับเปลี่ยนอยู่เป็นระยะ รวมถึงการสร้างโอกาสให้ได้ทดลองฟันฝ่าอุปสรรค เป็นการฝึกฝนทักษะการก้าวข้ามความท้าทาย แนวทางหนึ่งที่องค์กรสามารถทำได้คือการเชื่อมโยงเส้นทางอาชีพในแผนไว้กับหลายส่วนงานเพื่อเป็นทางเลือกที่ยืดหยุ่นให้กับผู้บริหารรุ่นเยาว์ และเป็นการสร้างการยอมรับในหลายๆ ส่วนงานในองค์กร เช่นกรณี Management Trainee ที่ให้มีการเวียนงานไปในหลายฝ่าย

3. Action (การลงมือปฏิบัติ) ได้แก่ การสนับสนุนให้ผู้บริหารรุ่นเยาว์มีบทบาทความรับผิดชอบ (Accountability) ที่ชัดเจนเพื่อสามารถตัดสินใจได้อย่างค่อนข้างเป็นอิสระ ขณะเดียวกันลักษณะงานควรให้มีการประสานกับส่วนอื่นด้วยเพื่อเสริมทักษะการบริหารจัดการผู้เกี่ยวข้อง งานแบบนี้ ได้แก่ งานบริหารโครงการ (Project Management) ที่มักใช้เป็นสนามหรือเวทีให้ผู้บริหารรุ่นเยาว์ได้ทดสอบและพัฒนาฝีมือ ขณะเดียวกันต้องชี้ให้เห็นถึงภาพใหญ่ (Big Picture) ด้วยว่าโครงการที่รับผิดชอบนี้มีส่วนสัมพันธ์กับการผลักดันความสำเร็จองค์กรโดยรวมได้อย่างไร ทั้งนี้ เพื่อให้เห็นถึงมุมมองนักบริหารระดับสูง (Executive Viewpoint)

4. Feedback (การประเมินผล) เป็นการให้ข้อคิดเพื่อการปรับปรุงพัฒนา โดยองค์กรหรือผู้บริหารที่ทำหน้าที่หัวหน้าหรือพี่เลี้ยงต้องหมั่นสังเกตการณ์กระบวนการทำงาน (Process) ของผู้บริหารรุ่นเยาว์โดยไม่เอาแค่ผลลัพธ์ (Performance) มาพิจารณาเท่านั้น ทั้งนี้ต้องไม่เข้าไปแทรกแซงและต้องรับฟังมุมมองเหตุผลหลายๆ ด้าน เพราะผู้บริหารรุ่นเยาว์อาจมีวิธีการที่ดีกว่าได้ การให้โอกาสจึงเป็นสิ่งสำคัญโดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องกระตุ้นให้เกิดการวิเคราะห์ประเมินตัวเอง (Self Analysis) อย่างสม่ำเสมอ

5. Celebration (การฉลองความสำเร็จ) เป็นส่วนที่ไม่ควรลืมหรือมองข้าม เพราะเป็นแรงผลักดันให้เกิดการขับเคลื่อนพัฒนาทั้งกับตัวเองและกับองค์กรต่อไป โดยควรสร้างช่องทางรับรู้และชื่นชมผลงานของบุคคลและทีมงาน โดยให้เป็นที่รู้กันในหมู่คนหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหลาย และท้ายที่สุดต้องกระตุ้นให้เกิดการสังเคราะห์บทเรียนความสำเร็จและความล้มเหลวที่ได้เรียนรู้เป็นแง่คิดมุมมองที่พร้อมแบ่งปันให้คนอื่นหรือคนรุ่นต่อไปด้วย

YES!: (Young Executive Successor) เป็นโปรแกรมที่ดิฉันลองเสนอดูเป็นแนวทางให้องค์กรนำไปใช้ช่วยพัฒนาคนรุ่นใหม่เข้ามารับช่วงต่อผู้บริหารสูงวัยใกล้เกษียณ ในการนำไปประยุกต์ใช้ยังคงต้องเติมรายละเอียด เพื่อเข้ากับระบบและวัฒนธรรมองค์กรแต่ละแห่ง แต่หวังว่าโดยภาพรวมแล้วน่าจะช่วยแก้หรือบรรเทาปัญหาภาวะขาดแคลนผู้บริหารรุ่นใหม่ได้

 

http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/politics/opinion/kittinee/20100919/353681/YES!:-Young-Executive-Successor-Program.html

 

เทคนิคการทำ “ไข่เจียวธรรมดา” ให้ฟูแล้วไม่แฟ่บ แถมกรอบนอกนุ่มในแบบไม่พึ่งตัวช่วยใดๆ – – – -(เย็นนี้กลับไปทำกินซะ)

April 2, 2011

http://www.our-teacher.com/our-teacher/article/3%20idea/198-eggs.htm
น่ากินมากด้วยวิธีง่ายๆ

ทริปสกลนคร

June 4, 2010

image

image

image

image

image

มีงานออกร่วมกับเชพโรเรต เป็นการร่วมทำกิจกรรมการตลาดที่เข้าหาลูกค้ากลุ่มเดียวกัน ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์รวมกันเราอยู่เสริมความแข็งแกร่งซึ่งกันและกัน
กรณีนี้ KBankเป็นผู้นำในเรื่ิองสินเชื่อSME และเชพโรเลท ก็อยากเป็นรถเพื่อการพาณิชย์ที่โดดเด่นจึงร่วมมือกัน
9:00ออกเดินทางจากดอนเมืองกับนกแอร์ ตาทแผนเดิมตื่นตีห้าเพื่อไปโหลดของผ่านคาร์โก้ แต่ไปถึง 7โมงดันบอกว่าไม่รับส่งของที่สกล เซ็งเลยกลับบ้านเปลี่ยนแผนใหม่เอาเท่าที่จำเป็นไปโหลดขึ้นเครื่อง โดนเกินไป30กิโล กิโลละ 50บาท คำนวนแล้วพันกว่าบาท โอ้แพงกว่าของที่จะเอาไปซึ่งเป็นหนังสือเจรจากับเคาเตอร์ดีๆเค้าบอกคิดน่้ำหนักแค่ 15กิโลแล้วกัน โล่งหน่อย อ้อ กระเป๋าที่ถือขึ้นเครื่องนี้ห้ามใบใหญ่กระเป๋าเดินทางต้องโหลดหมดเพราะช่องใส่บนหัวเล็กมาก
เห็นคนข้างๆเช็คอินด้วยIphone เท่ห์มากหากไม่โหลดของก็เอาบาร์โคดแสดงขึ้นเครื่องได้เลย

รอขึ้นเครื่องมีฝรั่งมากกว่าคนไทยแต่เป็นพวกเขยซะมากกว่านักท่องเที่ยว

มาขึ้นเครื่องเป็นเครื่องสองใบพัดเดินขึ้นบันไดไม่กี่ก้าวก็ถึงทั้งลำมี19แถวแถวละ4 วันนี้คนไม่เต็มได้นั่งคนเดียว อ่อ ตั๋วไปกลับ 5พันกว่าบาท บนเครื่องมีนก2คน เดาว่าพอดีจำนวนใบพัดเผื่อใบพัดเสียสองนกนี้ก็ไปช่วยกันหมุน
ใช้เวลาบิน1ช.ม. 15 นาทีถึง10:30 รอรับกระเป๋าอีกนิดหน่อย
ออกมาข้างนอกมีผู้การนิรุจ ดูแลทีมmc พี่บู กับพี่หรั่ง พี่ๆเหล่านี้กันเองให้เกียรติให้ความรู้มากๆ

test first

April 18, 2010

เดินทางออกจากกรุงเทพตีห้าผ่านทางเขื่อนป่าสัก ใช่เวลาเก้าชั่วโมงถึงชัยภูมิ https://snaptic.com/m/II28/Hbb-oLxslnX

Hello world!

April 18, 2010

Welcome to WordPress.com. This is your first post. Edit or delete it and start blogging!

The Last Lecture from Randy Pausch

January 4, 2009

The Last Lecture from Randy Pausch

Randy Pausch
เป็นศาสตราจารย์และผู้ร่วมก่อตั้งแลป Entertainment Technology Center
ที่มหาวิทยาลัย Carnegie Mellon University โดยเชี่ยวชาญทางด้าน Virtual
Reality และ Human-Computer Interaction เคยทำงานร่วมกันกับ Walt Disney
Imagineering, Electronic Arts, และ Google นอกจากนั้น Randy
ก็ยังเป็นคนริเริ่มโครงการ Alice ขึ้นมา ซึ่งเป็นโครงการสื่อการสอนเรื่องการเขียนโปรแกรมโดยใช้ตัวละคร 3 มิติที่มีชื่อเสียงพอสมควร

แต่เมื่อเดือนกันยายน ปี 2006 หมอวินิจฉัยว่าเขาเป็นมะเร็ง … Randy
สู้กับโรคร้ายนี้จนกระทั่งเมื่อเดือนสิงหาคมปีถัดมา
หมอบอกว่ามะเร็งได้ลามไปยังตับและม้าม
เขาจะอยู่แบบมีสุขภาพดีได้อีกแค่ประมาณ 6 เดือนเท่านั้น

ในวันที่ 18 สิงหาคม ปี 2007 Randy ก้าวขึ้นไปบนเวทีในห้องเรียน
และมอบสิ่งที่เรียกว่า “The Last Lecture” ให้กับนักเรียนในห้องนั้น
และอีกหลายล้านคนบนโลกที่ได้มีโอกาสดูวิดีโอที่มีการบันทึกเอาไว้ เล่าว่า
The Last Lecture
เป็นประเพณีที่คนพูดจะสมมุติว่านี่เป็นโอกาสสุดท้ายในชีวิตของเขา
ที่เขาจะได้มีโอกาสได้เล่าสิ่งที่เขาได้เรียนรู้มาทั้งชีวิต
ก่อนที่จะต้องจากโลกนี้ไป … แต่แน่นอนว่าสำหรับ Randy แล้ว
นี่ไม่ใช่การสมมุติ มันอาจจะเป็น The Last Lecture ของเขาจริงๆ

วิดีโอที่นำเสนอโดย Randy Pausch มีหลายเรื่อง เนื้อหาที่เขาพูดนั้นไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องทางเทคนิคอะไรเลย
แต่เป็นสิ่งสำคัญในชีวิตที่เขาได้เรียนรู้และมีค่ามากๆกับทุกคน
ผมก็ยังดูไม่ครบทุกอัน อันที่สั้น
และเป็นจุดเริ่มต้นได้ดีก็น่าจะเป็นอันที่ Randy Pausch พูดในรายการ Oprah
Show อันนี้

http://video.google.com/googleplayer.swf?docId=8577255250907450469&hl=en

จากนั้นก็ดูแบบต้นฉบับเต็มๆที่นี่ (มีแบบมี Closed Captions หรือ Sub-Title ด้วยที่นี่)

http://video.google.com/googleplayer.swf?docId=3115188410730134929&hl=en

เค้ามีหนังสือที่กำลังจะออก และยังมี DVD ขายด้วย

มุขเสี่ยว (อีกแล้ว)

November 14, 2008
1.เธอไม่ต้องใช้กบเหลาดินสอหรอกนะ………….เพราะคำพูดและหน้าตาของเธอแหลมพอที่จะแทงให้ใจฉันอ่อนยวบแล้ว

2.อยากมีพาวเวอร์พอยต์…………จะได้พรีเซ้นความรักของฉันที่มีต่อเธอได้

3.ตายแล้วเธอรู้ไหมเธอทำให้ขยะล้นโลกนะ……………เพราะหัวใจใช้แล้วของฉันที่เธอไม่ต้องการมันแล้วไม่สามารถรีไซเคิลได้

4.เธอไม่ต้องแปลกใจหรอกนะที่หาชื่อตัวเองในพจนานุกรมไม่เจอ………..เพราะมันอยู่ในใจฉัน

5.ว่ากันว่าถอดแสคว์รูดน่ะมันถอดยากนะ……..แต่ฉันว่าถอดเธอออกจากใจฉันมันยากยิ่งกว่าเสียอีก

6.เฮ้อออเรามีแต่พาสเวิดเข้าสู่อินเตอร์เนต…………แต่ไม่มีเอคเซสเข้าสู่หัวใจเธอเลย

7.พรมแดนที่มนุษย์สร้างขึ้นไม่ว่าจะพรมแดนที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติหรือก็ไม่มีพรมแดนไหนมาคั่นหัวใจเราสองให้สองไกลกันได้หรอก

8.ยังตัดสินใจไม่ได้ใช่ไหมเอางี้โยนหัวก้อยกัน
ถ้าออกหัวเธอมาเป็นแฟนฉัน
ถ้าออกก้อยฉันจะยอมเป็นแฟนเธอ

9.อยากเอาชีวิตฉันหรอ…….ยิงเลยสิ….ยิงมาที่กลางหัวใจเลย…แต่เธอจะเจ็บหน่อยนะเพราะในนั้นหนะ……………มีเธออยู่

10.ขอยืมลายมือสวยๆหน่อยได้ไหม….จะเอาจดทะเบียนสมรส

11.เอามีดมาแทงเลยสิแทงตรงหัวใจเลยนะฉันไม่เจ็บหรอกแต่เธอน่ะแหละที่จะเจ็บ………….เพราะเธออยู่ในใจเธอไง

12.ใช่สิฉันมันคนไร้หัวใจก็เธอเอาหัวใจฉันไปหมดแล้วนี่

13.ถ้าฉันมีปืน2อันฉันจะแบ่งให้เธอหนึ่งอัน………….เราจะได้มีGUNและGUNไง

15.ถ้าเธอเป็นโคลนฉันจะเป็นควาย…………..จะได้จมปลักรักเธอตลอดไป

16.เดินดีๆนะน้อง…….ระวังจะสะดุดรักพี่ละ

17.ฉัน:นี่ๆรู้ไหมเวลาเห็นหน้าคุณทีไรมักจะเป็นโรคชักทุกทีเลยอะ
เธอ:??โรคชักไรหรอค่ะ
ฉัน:โรคชักจะใจอ่อน

18.ฉันน่ะไม่ติงต๊องหรอกแต่ThinkinGOFYoU

19.ฉัน:เมื่อวานนะเสียเวลาตั้งนาน
เธอ:ทำไมเหรอ
ฉัน:หลงทางในหัวใจเธอ

20.ขอปรึกษาปัญหาหากฎหมายหน่อยได้ไหม……..ข้อหาลักลอบแอบชอบผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตผิดกฎหมายมาตราไหนครับ

21.อยากเป็นแก้วน้ำเธอจะได้รินใจใส่ไว้

22.ถึงแม้อับบลาฮัมลินคอล์นจะเลิกทาสไปแล้ว……..แต่ทำไมหัวใจฉันยังตกเป็นทาสของเธออยู่เลย

23.ท่าทางเธอจะมีโชคนะฉันเป็นหมอดู….ดูดวงจากหมายเลขโทรศัพท์…………….ไหนบอกเบอร์มาสิ..ฉันจะทายให้(ขอเบอร์แบบเสี่ยวๆ)

24.ผมจะต้องไปรับลอตเตอรี่มาขายล่ะครับ…………เพราะความรักของคุณ..มันทำให้ผมตาบอดซะแล้ว

25.นี่เรารักเธอเธอโกรธเปล่า
กรณี1ไม่โกรธงั้นเป็นแฟนกัน
กรณี2โกรธงั้นก็รักเราคือซะสิ

26."นี่ๆขอคำดิ!!!!"
"คำว่า,,รัก,,น่ะ"((เอาไว้เล่นตอนกินข้าว))

27.ฉัน:เปิดบัญชีรึยัง
เธอ:เปิดแล้ว
ฉัน:เหรองั้นจะได้เอาใจไปฝาก

28.ฉัน:เทอมีญาติเป็นสไปเดอร์แมนรึป่าว
เธอ:ไม่มี
ฉัน:มิน่าไม่มีเยื่อใยให้บ้างเลย

29.จะเรอให้คุณฟัง…..เรอทัก–รักเทอ

30.เวลาคุยโทรศัพท์กัน
เรา:ตัวเองถือหูโทรศัพท์ข้างไหนอยู่อ่ะ
เค้า:ข้างซ้าย/ข้างขวา
เรา:เค้ารักตัวเองนะตัวเองเปี่ยนข้างถือได้ป่ะ
(เปี่ยนข้างแล้ว)
เรา:ตัวเองถือหูโทรศัพท์ข้างไหนอ่ะ
เค้า:ข้างซ้าย/ข้างขวา
เรา:เค้าเกลียดตัวเองแล้วอ่ะ
เค้า:ทำไมอ่ะ
เรา:ก้อเค้ารักตัวเองข้างเดียวอ่ะ

31.เวลานั่งอยู่
เรา:ตัวเองๆเปลี่ยนที่นั่งได้ป่ะ
เค้า:อ้าวแล้วหั้ยเราไปนั่งไหนอ่ะ
เรา:มานั่งในใจเราไง

32.เรา:เทอๆผมเรายาวยังอ่ะ
1 .เค้า:ยังไม่ยาวเลยอ่ะ
เรา:ยังยาวไม่พอจะมัดใจเทอเลยเหรอ

2.เค้า:ก้อยาวแล้วนิ
เรา:ยาวพอจะมัดใจเทอได้ยังอ่ะ

33.เวลาคุยโทรศัพท์กัน
เค้า:อยู่ที่ไหนอ่ะ
เรา:อยู่ในใจเทอ
เค้า:ทำอะไรอยู่อ่ะ
เรา:ทำใจไม่หั้ยรักเทอ

34.ฉัน:นี่เทอที่บ้านไม่มีเก้าอี้ให้นั่งหรอ
เธอ:ทำไมค่ะ???
ฉัน:ก้อเห็นชอบมานั่งในใจเรา

35.อยากเป็นกาแฟกระป๋อง……………จะได้เป็นหนี่งในใจคุณ

36.ถ้าฉันมีรองเท้าจะแบ่งให้เธอข้างหนึ่ง………….เราจะได้อยู่คู่กันตลอดไปไง

37.ฉัน:แถวนั้นอันตรายครับระวังลื่นนะครับ
เธอ:ทำไมหล่ะคะ
ฉัน:ก้อหัวใจผมละลายอยู่แถวๆนั้นอ่ะครับ

38.โอ๊ยอย่ากำแรง……………ยังไงเราก้อยอมเปงลูกไก่ให้เทออยู่แล้วน่า

39.ช่วงนี้กำลังเบลอๆนะ………..เบลอว่ารักแถบ–แบบว่ารักเทอ

40.เรา:ที่บ้านมีน้ำมันไม๊อะ
เค้า:มีอะทำไม
เรา:จะได้เอามาทอดสะพานรักของเรา

41.เธอ:อากาศเย็นออกทำไมไม่ใส่เสื้อไม่หนาวเหรอไง
เรา:ไม่หนาวหรอก…เพราะอยู่ใกล้เธอแล้วอุ่นใจ((ไว้เล่นตอนหน้าหนาว))

42.เรา:ตัวเองแถวบ้านมีถ่านขายป่ะ
เธอ:มีดิ
เรา:ฝากซื้อหน่อยได้ป่ะ
เธอ:จาเอาไปทำอะไรอ่ะ
เรา:เอามาเติมรักให้เต็ม

43.ฉัน:นี่เธอๆช่วยหันหน้ามาให้ฉันเห็นทั้ง2ข้างหน่อยซิ
เธอ:ทำไมล่ะ
ฉัน:ก้อฉันไม่อยากหลงรักเธอข้างเดียวไง

44.ฉัน:โอ้ย..อยากเป็นเส้นเลือดใหญ่จังเลยอะ
เธอ:ทำไมล่ะ?

ฉัน:ก็จะได้ใกล้หัวใจเธอไงละจ๊ะ

45.พบเธอทีไรก็เจอทุกทีเลย…………..เจอละไม–ใจละเมอ

46.เรา:เธอๆมีเหรียญบาทป่ะ
เค้า:เอาไปทำไมหรอ
เรา:เอาไปโทรบอกแม่ว่าเราเจอเนื้อคู่แล้ว

47.เรา:เดี๋ยวพี่ซื้อนาฬิกาให้เอาไม๊
เค้า:จะให้หนูใส่ไปทำไมค่ะตั้ง2เรือน..?
เรา:ก็เราจะได้ไม่ลืมวันเวลาที่เราอยู่ด้วยกันไงล่ะจ๊ะ

48.เดินๆอยู่
เรา:อ๊ะผึ้ง!!!(พลางชี้นิ้วไปข้างหัวใจเค้า)
เธอ:
เรา:เพิ่งจะรุ้ว่ารัก

49.เรา:เห็นคุณเเล้วอยากจะซื้อบริษัทการบินไทยไห้จังเลย
เค้า:ทำไมอ่ะ
เรา:ก้อมัน"รักคุณเท่าฟ้า"อ่ะ

50.ฉันเป็นโรคไตระยะสุดท้าย………..ไตหาหัวจาม–ตามหาหัวใจ

51.พระเยซูรักทุกคน…………….แต่ฉันไม่ใช่พระเยซูฉันจึงรักเธอคนเดียว

52.ใช่ฉันมันคนหลายใจ………………แต่รู้ไหมทุกใจมีแต่เธอคนเดียว

53.โอ๊ยเจ็บคออ่ะ………………..ก็ความรักมันค้ำคอ

54.โอ๊ยเราเดินตกหลุมอ่ะ………..ตกหลุมรัก

55.เธอน่าขึงจังเลย……….ขึงถิด–คิดถึง

56.เค้า:นี่ๆเด๋วคาบต่อปัยเรียนชั้นไหนหรอ??
เรา:ชั้นรักเทอหล่ะ((ใช้ตอนอยุ่ห้องเดียวกันระหว่างเปลี่ยนคาบ

57.เรา:หน้าอย่างคุณน่าจะเป็นเด็กช่างนะ
เค้า:
เรา:ช่างน่ารักอะไรเช่นนี้

58.เรา:เธอมีเข็มกะด้ายไหม
เค้า:เอาไปทำอะไรหรอ
เรา:เอามาเย็บใจน่ะสิเห็นหน้าเธอแล้วใจจะขาด

59.เรา:ของเราหายอ่ะไม่รู้ว่าลืมไว้ที่เธอป่าว
เค้า:ลืมไรไว้อ่ะเดี๋ยวช่วยหา
เรา:หัวจัยเราไง

60.เรา:ดูท้องฟ้าสิเล็กจัง
เค้า:ทำไมหรอ
เรา:เขียนคำว่ารักเธอยังไม่พอเลยอ่ะ

61.เรา:ทำยังไงดีเราลืม
เค้า:ลืมอะไรหรอ
เรา:เราลืมเธอไม่ได้

62.เรา:หิวจัง
เธอ:ก็ไปหาอะไรกินสิ
เรา:กะว่าจะสั่ง….
เธอ:??

เรา:สั่งพิซซ่าหน้าความรัก
สลัดผักความคิดถึง
เฟรนชฟรายความคำนึง

คิดถึง&ห่วงใย

63.เรา:นี่รู้ป่ะเทอเปงคนโลภมาก
เค้า:เอ้าเราโลภตงไหนเราทำไรผิดเนี๊ยะ

เรา:ก็เธอเล่นเอาหัวใจเราไปทั้ง4ห้องเรย

64.เรา:นี่ๆช่วยอะไรหน่อยได้มะ
เค้า:อ่าทำไรค่ะ

เรา:ช่วยเดินไปตรงกระจกแล้วบอกคนนั้นว่าเราคิดถึง

65.เรา:เหนื่อยมั้ยที่มาเดินเล่นในใจผม
เค้า:แหวะน้ำเน่าวะ

เรา:ถึงน้ำเน่าแต่ยังเห็นเงาจันทร์นะ
เค้า:กำเสี่ยวแดก

เรา:เสี่ยวนักเพราะรักเธอ
เค้า:กำx2นี่เทอเบลอป่าวเนี่ย
เรา:เบลอว่ารักแถบ-แบบว่ารักเธอ
เค้า:กำกำกำกำกำ((รวมมิตร))

66.เรา:รู้เปล่าเธอเที่ยวทะเลตอนไหนสวยที่สุด
เค้า:ตอนไหน
เรา:ก็ตอนที่มีเธออยู่ด้วยไง

67.เรา:นี่ๆหันไปทางซ้ายหน่อยสิ
เค้า:ทำไมอะ
เรา:น่าหันหน่อยสิ
เค้า:อะแค่นี้พอยัง
เรา:อืมใช้ได้ๆ
เค้า:ให้หันทำไมอะ
เรา:อยากให้ใจมันตรงกันหน่อยอะ

68.เรา:นี่ๆๆเราว่าเธอโดนแล้วนะ
เค้า:โดนไร
เรา:ก้อโดนเรารักแล้วไง

69.เรา:ทำไมวันนี้เรามองเธอเราเจ็บตาจัง
เค้า:อ้าวทำไมเธอมองเราแล้วเจ็บตาล่ะ
เรา:ก้อเทอสวยเตะตางัย

70.เรา:เธอๆๆ
เธอ:มีไรเหรอ
เรา:เก็บปากกาให้หน่อยดิ
เธอ:นี่จ๊ะ
เรา:แล้วอย่าลืมเก็บหัวใจเราที่ตกอยู่ข้างๆปากกาด้วยนะ

71.ถ้าคุณต้องออกไปนอกโลกคุณจะเอาของสิ่งใดติดตัวคุณไป~
1.รองเท้า/ไปวิ่งในหัวใจเธอ
2.กล่อง/ไว้เก็บใจของเธอ
3.เชือก/ไต่ขึ้นมาจากหลุมอวกาศที่เธอขุดไว้
4.พลาสเตอร์/แปะแผลใจ
5.หมอน/ฝันถึงเธอ

72.เรา:เห้ย!!อย่า!
เค้า:อย่าอะไร
เรา:อย่าทำให้ฉัน…รักเทอ

73.เรา:เอ่อโทดที
เค้า:มีอะไรเหรอ
เรา:ช่วยยกขาหน่อยได้ไหม
เค้า:ทำไม
เรา:ก็เทอเหยียบหัวใจเราอยู่น่ะ

74.เรา:เธอตอนนี้อากาดเปงไงม่างอ่ะ
เค้า:ร้อนอ่ะ
เรา:งั้นสงสัยเราให้ความอบอุ่นเทอมากเกินไป

75.เรา:เธอเป็นโรคหัวใจรั่วรึป่าว
เค้า:ทำไมหรอ
เรา:ก็เราใช้ความรักเติมเท่าไหร่ก็ไม่เต็มสักที

 
1. ผมอยากเป็นซูปเปอร์แมน… จะได้มองทะลุเข้าไปในใจคุณ ( ป๊าด…..มองทะลุขนาดนั้น คนถูกมองก็ตายสิ)

2. ผมผิดเองแหละ ที่ไม่ยอมหลบสายตาคุณในวันนั้น… ทำให้ผมต้องตามตื๊อคุณอยู่จนทุกวันนี้ (เหอ ๆ ๆ  สายตามองหาเรื่อง   ผัวเขามาด้วยทั้งคน)

3. ผมอยากไปเผาตำราภาษาศาสตร์ทิ้งไปให้หมดทั้งโลก… เพราะกะอีแค่หานิยามความรู้สึกของผมในตอนนี้ แค่นี้ยังไม่เห็นจะทำให้มันบรรยายออกมาเป็นภาษาได้เลย (เหอ ๆ คนมานไม่มีความคิด  อย่าไปสนเลย)

4. ถ้าพรุ่งนี้ผมตายไปก็คงไม่แปลก… เพราะชีวิตผมที่เกิดมา มีหน้าที่เพียงแค่มาพบคุณในวันนี้เท่านั้นเองแหละ  (ป๊าด….น่าจะมีคนแบบนี้เยอะ  โลกจะได้สูงขึ้น)

5. ถ้าการทำลาย The Matrix ทำให้คุณหายไป… ต่อให้มี The one กี่คน ผมก็คงจะตามฆ่ามันจนได้ (ตูจะแจ้งตำรวจ ข้อหาพยายามฆ่า)

6. ยังตัดสินใจไม่ได้ใช่ไหม เอางี้ครับ โยนหัวก้อยกัน … ถ้าออกหัว คุณมาเป็นแฟนผม… ถ้าออกก้อย ผมจะยอมเป็นแฟนคุณ ( ป๊าด….มานเอาแต่ได้อย่างดี่ยว )

7. ผมรู้สึกโง่มากเหลือเกิน ที่วันนี้ได้คุยกับคุณ… โง่ที่ไปทำอะไรอยู่ตั้งนาน ที่ไม่เคยได้คุยกับคุณเลย (ลูกร้องหิวนมแล้ว   มาอ้อนอยู่ได้  เดี๊ยะ….ปั๊ด……..)

8. ผมรู้แล้วว่าทำไมความรักทำให้คนตาบอด… ก็คุณเล่นเอาดาวทั้งจักรวาลมาใส่ไว้ในตาคุณนี่นา (ตอแหล……..ชะมัดเลย  ถึงว่าแหล่ะ   มานมืด ๆ ไงก็ไม่รู้อ่ะ)

9. (กรณีจีบคนอายุน้อยกว่า) รู้ไหม ว่าชีวิตผมจริงๆ แล้วเริ่มต้นเมื่อตอน อายุ 5 ขวบ… ก็เมื่อตอนที่ชีวิตอีกครึ่งที่เหลือของผมมาเกิดนั่นแหละครับ  (อ้ายแก่…..อยากกินหญ้าอ่อน)

10. (กรณีจีบคนอายุมากกว่า) พระเจ้าท่านสร้างคุณมาก่อน… แล้วจึงสร้างผมขึ้นมาให้ใช้สำหรับคุณโดยเฉพาะ  (…..เหอ ๆ ๆ   งั้นรีบไปล้างส้วมเลย )

11. ผมจะไปแจ้งความให้ตำรวจไปจับนางงามจักรวาล… ก็เธอขโมยมงกุฎไปจากคุณไม่ใช่เหรอ ( น๊าน……..ดูมาน……….)

12. ดูก็รู้ คุณเป็นลูกครึ่งแน่ๆ… ครึ่งมนุษย์ครึ่งนางฟ้า (ส่วนคุณครึ่งมนุษย์ ครึ่งสัตว์ประหลาด)

13. อยากส่องกระจกเหรอครับ… มองตาผมสิ ในนั้นมีแต่ภาพคุณ … (ป๊าด  ขี้ตาเต็มเลยอ่ะ)

14. ช่วยโยนเชือกให้หน่อยครับ… ผมตกลงไปในหลุมรักคุณ แล้วปีนขึ้นมาเองไม่ได้ (เหอ  ๆ ๆ  คิดไม่ออกเว๊ยยยยยยย )

15. (มุขนี้เอาไว้ใช้กับตำรวจ ทนาย หรือ สาวในวงการยุติธรรม) ขอปรึกษาปัญหากฎหมายหน่อยได้ไหมครับ… ข้อหาลักลอบแอบชอบผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต ผิดกฎหมายมาตราไหนครับ    (เหอ  มาตราสังข์จ้า…………)

16. (สำหรับพวกแอบปิ๊งเพื่อนของเพื่อน) เขาเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของผมครับ… เขาทำให้ผมได้พบสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิต

17. (สำหรับคนที่จีบหมอ) จะฟังตรวจเสียงหัวใจผมเหรอครับ… เอ๊ะ เอาให้หมอไปแล้วตั้งแต่เจอกันไม่ใช่เหรอ .(…อ้าวเหรอ   หมอโยนให้หมากินแล้วอ่ะ)
เหอ ๆ ๆ   …………..
 1. ผมอยากเป็นซูปเปอร์แมน… จะได้มองทะลุเข้าไปในใจคุณ ( ป๊าด…..มองทะลุขนาดนั้น คนถูกมองก็ตายสิ)

2. ผมผิดเองแหละ ที่ไม่ยอมหลบสายตาคุณในวันนั้น… ทำให้ผมต้องตามตื๊อคุณอยู่จนทุกวันนี้ (เหอ ๆ ๆ  สายตามองหาเรื่อง   ผัวเขามาด้วยทั้งคน)

3. ผมอยากไปเผาตำราภาษาศาสตร์ทิ้งไปให้หมดทั้งโลก… เพราะกะอีแค่หานิยามความรู้สึกของผมในตอนนี้ แค่นี้ยังไม่เห็นจะทำให้มันบรรยายออกมาเป็นภาษาได้เลย (เหอ ๆ คนมานไม่มีความคิด  อย่าไปสนเลย)

4. ถ้าพรุ่งนี้ผมตายไปก็คงไม่แปลก… เพราะชีวิตผมที่เกิดมา มีหน้าที่เพียงแค่มาพบคุณในวันนี้เท่านั้นเองแหละ  (ป๊าด….น่าจะมีคนแบบนี้เยอะ  โลกจะได้สูงขึ้น)

5. ถ้าการทำลาย The Matrix ทำให้คุณหายไป… ต่อให้มี The one กี่คน ผมก็คงจะตามฆ่ามันจนได้ (ตูจะแจ้งตำรวจ ข้อหาพยายามฆ่า)

6. ยังตัดสินใจไม่ได้ใช่ไหม เอางี้ครับ โยนหัวก้อยกัน … ถ้าออกหัว คุณมาเป็นแฟนผม… ถ้าออกก้อย ผมจะยอมเป็นแฟนคุณ ( ป๊าด….มานเอาแต่ได้อย่างดี่ยว )

7. ผมรู้สึกโง่มากเหลือเกิน ที่วันนี้ได้คุยกับคุณ… โง่ที่ไปทำอะไรอยู่ตั้งนาน ที่ไม่เคยได้คุยกับคุณเลย (ลูกร้องหิวนมแล้ว   มาอ้อนอยู่ได้  เดี๊ยะ….ปั๊ด……..)

8. ผมรู้แล้วว่าทำไมความรักทำให้คนตาบอด… ก็คุณเล่นเอาดาวทั้งจักรวาลมาใส่ไว้ในตาคุณนี่นา (ตอแหล……..ชะมัดเลย  ถึงว่าแหล่ะ   มานมืด ๆ ไงก็ไม่รู้อ่ะ)

9. (กรณีจีบคนอายุน้อยกว่า) รู้ไหม ว่าชีวิตผมจริงๆ แล้วเริ่มต้นเมื่อตอน อายุ 5 ขวบ… ก็เมื่อตอนที่ชีวิตอีกครึ่งที่เหลือของผมมาเกิดนั่นแหละครับ  (อ้ายแก่…..อยากกินหญ้าอ่อน)

10. (กรณีจีบคนอายุมากกว่า) พระเจ้าท่านสร้างคุณมาก่อน… แล้วจึงสร้างผมขึ้นมาให้ใช้สำหรับคุณโดยเฉพาะ  (…..เหอ ๆ ๆ   งั้นรีบไปล้างส้วมเลย )

11. ผมจะไปแจ้งความให้ตำรวจไปจับนางงามจักรวาล… ก็เธอขโมยมงกุฎไปจากคุณไม่ใช่เหรอ ( น๊าน……..ดูมาน……….)

12. ดูก็รู้ คุณเป็นลูกครึ่งแน่ๆ… ครึ่งมนุษย์ครึ่งนางฟ้า (ส่วนคุณครึ่งมนุษย์ ครึ่งสัตว์ประหลาด)

13. อยากส่องกระจกเหรอครับ… มองตาผมสิ ในนั้นมีแต่ภาพคุณ … (ป๊าด  ขี้ตาเต็มเลยอ่ะ)

14. ช่วยโยนเชือกให้หน่อยครับ… ผมตกลงไปในหลุมรักคุณ แล้วปีนขึ้นมาเองไม่ได้ (เหอ  ๆ ๆ  คิดไม่ออกเว๊ยยยยยยย )

15. (มุขนี้เอาไว้ใช้กับตำรวจ ทนาย หรือ สาวในวงการยุติธรรม) ขอปรึกษาปัญหากฎหมายหน่อยได้ไหมครับ… ข้อหาลักลอบแอบชอบผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต ผิดกฎหมายมาตราไหนครับ    (เหอ  มาตราสังข์จ้า…………)

16. (สำหรับพวกแอบปิ๊งเพื่อนของเพื่อน) เขาเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของผมครับ… เขาทำให้ผมได้พบสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิต

17. (สำหรับคนที่จีบหมอ) จะฟังตรวจเสียงหัวใจผมเหรอครับ… เอ๊ะ เอาให้หมอไปแล้วตั้งแต่เจอกันไม่ใช่เหรอ .(…อ้าวเหรอ   หมอโยนให้หมากินแล้วอ่ะ)
เหอ ๆ ๆ   …….

นอสตราดามุสแห่งบัลแกเรีย ทำนายชะตาโลก ถึงปี 3797

May 27, 2008

เรื่องนี้ เป็นอีกเรื่องที่คิดอยู่นานเหมือนกันว่าควรนำมาเผยแพร่หรือไม่ เพราะเรื่องค่อนข้างน่าสนใจสำหรับคนไทยอย่างเรา แต่ขณะเดียวกัน ก็เห็นว่าน่ากลัวอยู่ไม่น้อย นอกจากนั้นก็ยังเป็นแนวของไสยศาสตร์ความเชื่อ และอาจจะมีเรื่องของการหลอกลวงต้มตุ๋นรวมอยู่ด้วยไม่น้อย แต่หลังจากที่ปรึกษาคนอื่นๆ และคิดเอาเองว่าชาวโอเคเนชั่น มีวิจารณญาณสูง ย่อมใช้สมองไตร่ตรองเอาเองได้ว่าอะไรถูกอะไรไม่ถูก จึงตัดสินใจนำมาเสนอครับ

มันเป็นเรื่องการทำนายโชคชะตาของโลกตลอดช่วงหลายร้อยปีต่อจากนี้

และผู้ทำนายก็คือวานก้า

 

วานก้า หรือชื่อจริงคุณยาย วานเกเลีย ปานเดว่า กุชเตโรว่า เป็นชาวบัลแกเรีย ซึ่งตายไปเมื่อหลายปีก่อน คุณยายผู้นี้เกิดเมื่อ 31 มกราคม1911 ในครอบครัวชาวนายากจนที่หมู่บ้าน สตรูมิซ่า ที่ปัจจุบันอยู่ใน มาเซโดเนีย เมื่อคลอดออกมา คุณยายทำท่าว่าจะไม่รอดตั้งแต่หลังคลอด แต่ไม่ยักกะตาย และหลังจากมีอายุได้ 2 เดือน เด็กน้อยก็กลับมาแข็งแรงเหมือนเด็กปกติ ตอนอายุ 3 ขวบ แม่คุณยายก็เกิดมาตาย ไม่นานหลังจากนั้น พ่อก็ถูกเกณฑ์ไปรบในสงครามโลกครั้งแรก เพื่อนบ้านต้องช่วยกันดูแลเด็กน้อยแทน หลังจากพ่อกลับมา ชีวิตของท่านก็ดีขึ้น เมื่อพ่อมีเมียใหม่ แม่ใหม่ก็ไม่ได้รังเกียจลูกเลี้ยง

พอคุณยายมีอายุได้ 12 ขวบ ก็เกิดเหตุการณ์ประหลาดกับตัวท่าน กล่าวคือได้เกิดพายุหมุนในหมู่บ้าน ( โดยก่อนและหลังเหตุการณ์ครั้งนั้น ไม่เคยมีปรากฏการณ์แบบนี้เกิดขึ้นเลย) พายุได้หอบเอาคุณยายขึ้นไปเบื้องบน ก่อนจะปล่อยตกลงมาในภายหลัง และหลังจากนั้นตาของคุณยายก็เริ่มมองไม่เห็น หลังการผ่าตัดก็ไม่หาย และมองไม่เห็นโดยสิ้นเชิง 3 ปีหลังเหตุการณ์นั้น

ปี 1925 คุณยายถูกส่งตัวเข้าโรงเรียนคนตาบอด และใช้เวลาอยู่ที่นี่ 3ปี เมื่อกลับมาบ้าน ก็ต้องเจอกับชีวิตที่ยากลำบาก ทั้งความยากจน งานหนัก และโรคภัยไข้เจ็บที่เกือบจะคร่าชีวิต แต่ในช่วงนั้นเองที่คุณยายเริ่มรู้สึกตัวว่ามีอำนาจพิเศษ นั่นก็คือการมองเห็นเหตุการณ์ต่างๆทั้งจากในความฝัน พรายกระซิบ และอื่นๆ ทำให้สามารถทำนายทายทักเหตุการณ์ทั้งที่จะเกิดในอนาคต และเกิดมาแล้วได้อย่างแม่นยำมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องทหารที่สูญหายไปในแนวหน้า แต่ตอนแรก คุณยายไม่กล้าพูดเรื่องนี้กับใคร กลัวจะถูกหาว่า นอกจากบอดแล้วยังบ้า

คำทำนายครั้งแรกของคุณยาย มีขึ้นเมื่ออายุ 16 ปี คือการบอกถึงสถานที่ที่แพะของพ่อที่ถูกลักไป ถูกนำไปซ่อน คุณยายบอกว่า ท่านเห็นสิ่งนี้ในฝัน

ปี 1942 คุณยายแต่งงานกับหนุ่มที่รู้จักกันที่โรงเรียนคนตาบอด และเริ่มเป็นนักทำนายอย่างเป็นงานเป็นการตอนอายุ 30 ช่วงนี้คุณยายเริ่มโด่งดังมากขึ้น เมื่อทำนายทายทักว่า ทหารคนไหน จะกลับมาจากแนวหน้า หรือไม่ได้กลับ ทำให้ผู้คนแห่แหนกันมาหาคุณยาย ให้ช่วยทำนายทายทัก ทั้งเรื่องทหาร เรื่องโรคที่ป่วย

จากการประเมิน เชื่อว่า มีผู้มาขอความช่วยเหลือจากคุณยายมากถึงกว่าล้านคน แต่ไม่มีหลักฐานอะไรมายืยยันเรื่องนี้ได้ เพราะไม่ได้มีการจดบันทึกใดๆทั้งสิ้น นอกจากนั้น บางคนก็ไม่อยากให้ใครรู้ว่าเขาหรือเธอ มาขอความช่วยเหลือจากคุณยายบ้านนอกตาบอด ว่ากันว่า หนึ่งในผู้ที่มาหาคุณยาย เพื่อให้ทำนายโชคชะตาก็คือ ฮิตเลอร์

เมื่อบัลแกเรีย กลายเป็นประเทศสังคมนิยม ทางการก็เข้ามาตรวจสอบคุณยาย แถมยังส่งคุณยายไปนอนถึงอยู่ครึ่งปี เพราะดันไปทำนายทายทักเรื่องการตายของสตาลิน แต่เมื่อเรื่องการตายเกิดขึ้นจริง พวกเขาก็ปล่อยคุณายออกมา ฝ่ายศาสนาเองก็ไม่ชอบหน้าคุณยาย เพราะคำทำนายหลายข้อขัดแย้งกับความเชื่อทางศาสนาของกรีกออโธดอกซ์

ในส่วนของความแม่นยำนั้น จากการทำวิจัยของนักวิทยาศาสตร์บัลแกเรียผู้หนึ่งที่ติด ตามคำทำนายมากกว่า 7 พันคำทำนายของคุณยาย ก็สรุปว่า ถูกต้องถึง 80 เปอร์เซ็นต์ โดยคำว่าแม่นในที่นี่ ระบุด้วยว่า เกินกว่าระดับที่จะถือได้ว่าเป็นการประจวบเหมาะ

และเมื่อไม่สามารถสยบกระแสนิยมการมาใช้บริการ ทางการก็เลยหาทางทำเงินทำทองจากเรื่องนี้อย่างเป็นทางการ ตั้งแต่ ปี 1967 จนถึง1990 คุณยาย ถือเป็นข้าราชการคนหนึ่ง และมีการกำหนดสนนราคาการเข้ามาขอใช้บริการของคุณยายวานก้า ไว้อย่างเป็นกิจลักษณะ โดยคนจากประเทศสังคมนิยม 15 ประเทศคิดค่าบริการคนละ 10 เลียฟ (ประมาณ 2 ดอลล่าร์ ) ส่วนจากประเทศอื่นๆที่เหลือคิดคนละ 50 ดอลล่าร์ งานนี้ทางการรับเข้ากระเป๋าไปหมด ในส่วนของตัวคุณยาย ก็จะได้เงินเดือนเดือนละ 200 เลียฟ นอกจากนั้นก็ยังได้รถยนต์ บ้าน และคนรับใช้

จากคนที่เคยถูกทางการจับ คุณยายวานก้า ได้กลายเป็น ความภาคภูมิใจของบัลแกเรียไปเสียแล้ว

เมื่อมีคนชอบ ก็มีคนชัง คนที่ชิงชังคุณยายตาบอดรายนี้มากที่สุด ออกมาติติงคุณยายว่า ทีอันไหนทายถูกแล้วละก็ จำได้จำดี ส่วนอันไหนทายผิด ดันลืมไปหมดนานแล้ว นอกจากนั้น ก็ยังบอกว่าคุณยายทำงานประสานกับหน่วยข่าวกรองบัลแกเรียในการทำนายโชคชะตาผู้คน คือให้หน่วยข่าวกรองไปสืบข้อมูลของคนที่จะมาพบคุณยายเป็นการล่วงหน้า เขาบอกว่าหลักฐานในเรื่องนี้ก็คือหลังจากรัฐบาลคอมมิวนิสต์ล้มลง ฝ่ายขาวกรองไม่ได้เข้ามาช่วยเหลืออีกต่อไป การทายของคุณยายก็แย่ลง

 

เรือดำน้ำคูร์สค์

ตัวอย่างการทำนายของคุณยายวานก้าที่ว่าแม่นๆนั้น ก็อย่างเช่นเรื่องเรือดำน้ำคูร์สค์ ของรัสเซียที่ระเบิดเมื่อหลายปีก่อน ที่คุณยายทำนายไว้ตั้งแต่ปี 1980 คุณยายทำนายเรื่องนี้ว่า ในปี 1999 หรือ2000 คูร์สค์ จะจมอยู่ใต้น้ำ ผู้คนทั้งโลกจะเศร้าใจกับมัน แต่ตอนนั้นไม่มีใครเชื่อ เพราะเมืองคูร์สค์ อยู่ไกลจากทะเล หรือแม่น้ำ และไม่มีใครฉุกคิดว่าคุณยายทำนายถึงเรื่องเรือดำน้ำคูร์สค์

นอกจากนั้น คุณยายวานก้า ก็ยังทำนายตั้งแต่ปี 1979 ถึงการที่สหภาพโซเวียต จะกลับคืนมาเป็นรัสเซียเหมือนเดิม เรื่องที่สหรัฐถูกผู้ก่อการร้ายโจมตี ในเหตุการณ์ 11 กันยายน 2001 ตั้งแต่ปี 1989 เรื่องการลงนามในสนธิสัญญาจำกัดอาวุธนิวเคลียร์ระหว่างกอร์บาชอฟกับเรแกน การเข้ามาอยู่ในกลุ่ม จี 8 ของรัสเซีย การกลับมาเป็นมหาอำนาจอีกครั้งของรัสเซีย การขึ้นมายิ่งใหญ่ของคนชื่อ วลาดิมีร์ และเรื่องวันตายของคุณยายเอง

คุณยายตายเมื่อ 11 สิงหาคม 1996 เวลา 10:10 . ตรงตามที่ทำนายเอาไว้ทั้งวันที่ และเวลา

 

และต่อไปนี้คือคำทำนายถึงโลกในอนาคตครับ

2008 – ผู้นำ 4 ประเทศถูกลอบสังหาร กรณีพิพาทในอินโดสถาน เป็นปัจจัยหนึ่งที่นำไปสู่สงครามโลกครั้งที่ 3

2010 – เริ่มสงครามโลกครั้งที่ 3 ( พฤศจิกายน 2010 – ตุลาคม 2014 )ตอนแรกก็ใช้อาวุธธรรมดา ต่อมาก็ตามด้วยนิวเคลียร์และอาวุธเคมี การนำอาวุธนิวเคลียร์มาใช้ ทำให้ซีกโลกเหนือ จะไม่เหลือทั้งพืชและสัตว์ จากนั้นพวกมุสลิม จะใช้อาวุธเคมีเข้าจัดการกับชาวยุโรปที่ยังหลงเหลืออยู่ ผู้คนจะป่วยเป็นฝีหนองและมะเร็งผิวหนังกันมากจากผลของอาวุธเคมี

2016 – ยุโรปแทบจะร้างผู้คน

2018 – จีนเป็นมหาอำนาจของโลกรายใหม่ ประเทศกำลังพัฒนา กลับกลายจากประเทศผู้ถูกกดขี่ มาเป็นผู้กดขี่เสียเอง

2023 – วงโคจรของโลกเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย

2028 – เกิดแหล่งพลังงานใหม่ (คาดว่า น่าจะเป็น เทอร์โมนิวเคลียร์ รีแอ็คชั่น ) โลกเริ่มเอาชนะปัญหาความอดอยากได้ มนุษย์เริ่มเดินทางไปยังดาวศุกร์

2033 – น้ำแข็งขั้วโลกละลาย ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น

2043 – เศรษฐกิจโลกรุ่งเรือง มุสลิมปกครองยุโรป

2046 – มนุษย์ปลูกอวัยวะได้ทุกอย่าง การเปลี่ยนอวัยวะ เป็นวิธีการรักษาโรคที่ดีที่สุด

2066 – สหรัฐโจมตีกรุงโรมของพวกมุสลิมด้วยอาวุธใหม่ คืออาวุธสภาพอากาศ ซึ่งทำให้อากาศหนาวเย็นลง

2076 – สังคมไร้ชนชั้น (คอมมิวนิสต์)

2084 – ธรรมชาติได้รับการฟื้นฟู

2088 – เกิดโรคใหม่ โรคแก่ติดจรวด (แก่ในไม่กี่วินาที)

2097 – เอาชนะโรคแก่ติดจรวดได้

2100 – ดวงอาทิตย์เทียมให้แสงสว่างกับโลกส่วนที่มืด

2111 – มนุษย์ กลายเป็นมนุษย์ไซบอร์ก (หุ่นยนต์มีชีวิต)

2125 – โลกได้รับสัญญาณจากอวกาศ

2130 – โลกไปตั้งอาณานิคมใต้น้ำ (จากคำแนะนำของมนุษย์ต่างดาว)   

2164 – สัตว์ กลายเป็นสัตว์กึ่งมนุษย์

2167 – เกิดศาสนาใหม่

2183 – อาณานิคมบนดาวอังคารมีอาวุธนิวเคลียร์ และต้องการเป็นเอกราชจากโลก

2187 – โลกหยุดยั้งการระเบิดของภูเขาไฟขนาดใหญ่ 2 ลูก

2195 – อาณานิคมใต้น้ำ เลี้ยงตัวเองได้โดยสมบูรณ์ ทั้งอาหารและพลังงาน

2196 – ชาวเอเชียผสมกับชาวยุโรปโดยสมบูรณ์

2221 – ในการติดตามหาชีวิตนอกโลก มนุษย์ต้องเจอกับอะไรบางอย่างที่น่ากลัว

2256 – ยานอวกาศนำโรคร้ายกลับมายังโลก

2262 – วงโคจรของโลกเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด ดาวหางเกือบชนดาวอังคาร

2273 – การผสมปนเปกันของคนผิวขาว ผิวเหลือง และผิวดำ ก่อเกิดเป็นคนสีผิวใหม่

2279 – พบพลังที่ไม่ได้มาจากอะไรเลย (คาดว่าอาจจะมาจากสภาพสูญญากาศ หรือไม่ก็หลุมดำ )

2288 – มีการเดินทางไปกับกาลเวลา การติดต่อครั้งใหม่กับมนุษย์ต่างดาว

2291 – ดวงอาทิตย์เริ่มเย็นลง มีความพยายามที่จะจุดมันขึ้นมาใหม่

2296 – เกิดระเบิดครั้งใหญ่บนดวงอาทิตย์ สถานีอวกาศและดาวเทียมเก่าเริ่มตก

2299 – ในฝรั่งเศสเกิดการจลาจลต่อต้านมุสลิม

ฮวงจุ้ยในที่ทำงาน

January 1, 2008
1. ขนาดของโต๊ะ
ควรเลือกขนาดของโต๊ะให้เหมาะกับงานของคุณ หากคุณต้องการใช้พื้นที่ในการวางของ หรือเอกสารจำนวนมาก ก็ควรพิจารณาเลือกโต๊ะที่มีพื้นที่ใหญ่ขึ้นมาหน่อย แต่ไม่ควรนำงานหลาย ๆ อย่าง มาตั้งสุมรวมกันที่โต๊ะมากเกินไป เพราะจะทำให้คุณสับสนได้ง่ายๆ แนะนำให้มีชั้นวางของต่างหากจะดีกว่า

2. ประโยชน์การใช้สอย
เมื่อเลือกขนาดของโต๊ะแล้ว ก็ควรเลือกโต๊ะให้เหมาะกับประโยชน์การใช้สอยของคุณด้วย เลือกรูปแบบของโต๊ะให้เข้ากับงานของคุณ เช่น ถ้าคุณเป็นวิศวกร ต้องทำงานเกี่ยวกับการเขียนแบบ ก็ควรเลือกโต๊ะที่ออกแบบมาเพื่อการเขียนแบบโดยเฉพาะ เป็นต้น

3. จัดระเบียบโต๊ะ
กองเอกสารต่างๆ ที่วางระเกะระกะอยู่เต็มโต๊ะ บ่งบอกถึงความไร้ระเบียบของเจ้าของโต๊ะ แถมยังทำให้คุณทำงานได้ลำบากขึ้น จะหาอะไรทีก็ยาก เหมือนงมเข็มในมหาสมุทรก็ไม่ปาน ลองจัดระเบียบให้โต๊ะทำงาน โดยหาอุปกรณ์ช่วยเก็บของ เช่น ถาดใส่เอกสาร กล่องเก็บของกระจุกกระจิก ฯลฯ มาเก็บของให้เป็นที่เป็นทาง คราวนี้ คุณจะทำงานได้รวดเร็วขึ้นทันตาเห็น

4. บริเวณสำหรับตั้งโต๊ะ
มุมทำงานที่ดี ควรเป็นมุมที่คุณสามารถมองเห็นประตูทางเข้าได้ชัดเจน หากสุดวิสัยจริงๆ พอแก้ไขได้โดยการนำกระจกเงามาตั้งบริเวณโต๊ะเพื่อให้ส่องเห็นประตูได้ หลีกเลี่ยงการตั้งโต๊ะหันหน้าเข้าหากำแพง หรือฉากกั้นห้อง (พาร์ทีชั่น) เพราะจะเป็นการลดทอนอำนาจ และพลังในการทำงาน ควรหมุนโต๊ะเพื่อให้กำแพง หรือฉากกั้นอยู่ข้างหลังจะดีกว่า

จัดโต๊ะตาม “ฮวงจุ้ย”

1. หน้าที่การงาน
พื้นที่สี่เหลี่ยมตรงหน้าคุณ เป็นธาตุน้ำ สีดำ บอกถึง “สถานะในอาชีพการงาน”ของคุณ หากพื้นผิวโต๊ะเป็นกระจกใส ให้หารูปภาพที่เกี่ยวกับน้ำมาสอดไว้ข้างใต้กระจก แต่ถ้าเป็นพื้นผิวที่ทึบแสง ให้ตัดกระดาษเป็นรูปแปดเหลี่ยมสีดำเล็กๆ ซึ่งเป็นรูปทรงของยันต์ 8 ทิศแปะไว้

2. สติปัญญา
ทางด้านซ้ายมือของคุณ คือตัวแทนของ “สติปัญญา” เหมาะอย่างยิ่งที่จะวางหนังสือต่างๆ สิ่งของที่เป็นสีฟ้า รวมทั้งถ้ามีลิ้นชักอยู่บริเวณนี้จะดีที่สุด

3. ความเจริญรุ่งเรือง
บริเวณซ้ายมือด้านหลัง จะช่วยส่งเสริมทางด้านความเจริญรุ่งเรือง จึงควรวางอุปกรณ์ เครื่องใช้ที่มีราคาแพงไว้ เช่น คอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์ที่มีราคาสูงอื่นๆ รวมไปถึงสิ่งของที่มีนัยด้านความรุ่งเรือง และต้นไม้มงคล เช่น ทองพันชั่ง เงินไหลมา เป็นต้น ทั้งนี้ทั้งนั้น คุณต้องคอยดูแลไม่ให้ต้นไม้เฉาตายด้วย

4. ครอบครัว
ซ้ายมือเหนือขึ้นไปอีกนิดเกือบถึงกลางโต๊ะ คือบริเวณของ “ครอบครัว” ซึ่งเป็นธาตุไม้ ควรวางรูปของครอบครัวไว้บริเวณนี้ และถ้าเลือกเป็นกรอบรูปไม้ได้ด้วยจะดีมาก สิ่งของต่างๆ ที่เป็นสีเขียวก็สามารถวางไว้ตรงนี้ได้เช่นกัน

5. ชื่อเสียงและเกียรติยศ
พื้นที่ตรงกลางด้านหลัง เป็นธาตุไฟ จะช่วยเสริมส่งด้าน “ชื่อเสียงและเกียรติยศ” ให้วางกล่องนามบัตรสีแดง และใบประกาศนียบัตร ถ้วยเกียรติยศต่างๆ ไว้บริเวณนี้ หรืออาจจะวางต้นไม้หนามแหลม เช่น ต้นกระบองเพชรไว้ด้วยก็ได้

6. ความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง
ด้านหลังขวามือของคุณ ช่วยสนับสนุนในเรื่องของ “ความสัมพันธ์” ทั้งความสัมพันธ์ของคุณกับเพื่อน คู่รัก และคนรอบข้างที่ใกล้ชิด ควรจัดให้ที่ตรงนี้ให้เป็นสีชมพู และหาสิ่งของที่เป็นสัญลักษณ์ของความรัก เช่น รูปหัวใจ มาวางไว้ ก็จะช่วยให้ความสัมพันธ์ของคุณเบ่งบานได้ตลอด

7. พลังแห่งการสร้างสรรค์ และเด็ก
ขวามือค่อนไปทางกลางโต๊ะ เป็นธาตุเหล็ก ช่วยเสริมพลังสร้างสรรค์ให้กับคุณ โดยเฉพาะถ้าคุณทำงานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์มากๆ เช่น ครีเอทีฟ ก็ให้หาสิ่งของน่ารัก ๆ เช่น แก้วกาแฟลายการ์ตูนที่ชอบมาวางไว้ หรือถ้าคุณมีลูกแล้ว ก็ให้เอากรอบรูปโลหะใส่รูปลูกน่ารักๆ มาตั้งไว้จะเหมาะมาก

8. ความช่วยเหลือ และการเดินทาง
ทางขวามือ เปรียบเสมือน แรงผลักดันด้านความช่วยเหลือ ลองหากล่องสีเงิน หรือเทา มาวางไว้ หากคุณต้องการความช่วยเหลือจากใคร ก็ให้เขียนชื่อของเขาคนนั้น แล้วหย่อนมันลงไปในกล่อง คราวนี้ จากนั้นรอฟังข่าวดีได้

9. สุขภาพ
ตรงกลางของโต๊ะทำงาน จะคอยดูแลคุณในเรื่องสุขภาพ ลองหากระดาษสีเหลืองตัดเป็นรูปวงกลมเล็ก ๆ มาแปะเอาไว้ หากโต๊ะคุณมีพื้นเป็นกระจก ก็ให้หารูปคุณที่ดูสุขภาพดีที่สุดมาสอดเอาไว้ก็ได้

วิธีต่างๆ ที่กล่าวมา หากคุณไม่สามารถหาอุปกรณ์ที่บอกไปทั้งหมดได้ ก็อาจจะแก้ไขด้วยการนำกระดาษสี ซึ่งเป็นตัวแทนของทิศนั้น ๆ มาแปะไว้สักเล็กน้อยก็ได้ ที่สำคัญคือ อย่าลืมจัดของบนโต๊ะให้เป็นระเบียบ ดูแล้วงามตาอยู่เสมอ